
ราคาทองคำ (XAUUSD) พุ่งขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $3,063 ต่อออนซ์ทรอย หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 25% นโยบายดังกล่าวทำให้ความตึงเครียดด้านการค้าโลกทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความตื่นตระหนกในหมู่นักลงทุน และส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความไม่แน่นอนที่เพิ่มมากขึ้นยังส่งผลกระทบต่อวอลล์สตรีท ซึ่งหุ้นร่วงลงสู่เขตติดลบ ขณะที่ทองคำซื้อขายที่ระดับ $3,063 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไม่ธรรมดาในวันเดียว
นอกเหนือจากแรงกดดันต่อตลาดหุ้นแล้ว นโยบายคุ้มครองการค้ายังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งวัดมูลค่าดอลลาร์สหรัฐเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ร่วงลง 0.33% สู่ระดับ 104.28 การลดลงนี้เกิดจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 64.5 จุดพื้นฐานในปี 2568 เมื่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ความน่าดึงดูดใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงหลักจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากท่ามกลางความวุ่นวายทางเศรษฐกิจทั่วโลก
ที่แนะนำ
ที่แนะนำ
ที่แนะนำ
ที่แนะนำ
นักลงทุนกำลังให้ความสนใจกับข้อมูลเงินเฟ้อ PCE หลักของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หากข้อมูลนี้เผยให้เห็นเงินเฟ้อที่สูงอย่างต่อเนื่อง ความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจสั่นคลอน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มของทองคำและสกุลเงินอื่นๆ ทั่วโลก ตลาดยังคงผันผวนและนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ผู้ค้าจึงเฝ้าระวังอย่างยิ่งต่อความเป็นไปได้ที่ราคาทองคำจะพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกตะลึงในอนาคต